สุทธิ์ใจ's profile"เลือกจำเฉพาะสิ่งที่ดีๆข...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 18

    เกย์ เกย์ เกย์

    เช้ามีเรื่องราวตอนแปดโมงเช้าครับ เมื่อคืนไปเล่นคอนเสิร์ตตอนนี้เพิ่งกลับ เฮ้ย!! นั่นมันเพลงดาจิม
     
    เรื่องมีอยู่ว่า เมื่อเช้าไปส่งของที่ไปรษณีย์ ขี่จักรยานไป ร้อน เหงื่อออก ตามประสาคนมีรูขุมขน
    นั่งรอคิวอยู่ จู่ๆก็มีผู้ชายใส่เสื้อสีแดง ถือพัสดุกล่องใหญ่3กล่อง ที่นั่งมีเยอะแยะเว้ย มานั่งข้างๆเฉย
    ก็ไม่ได้อะไรมาก ตรงนี้อาจจะมีแอร์ลง มันคงจะร้อนมาเหมือนกัน ซักพัก มันถาม
     
    ก.           "ส่งอะไรเหรอครับ"
    สุทธิ์       "อ๋อ ส่งโปรแกรมไปให้เพื่อนครับ" เราก็หยิบพัสดุขึ้นมาพัด เพราะเหงื่อยังออกอยู่
    ก.            "ร้อนเหรอครับ"
    สุทธิ์        "ครับ พอดีขี่จักรยานมา"
    ก.            แสดงอาการดีใจ ฉงน สนเท่ห์ แปลกใจ "อ้าว? บ้านอยู่แถวนี้เหรอครับ?"
    สุทธิ์        "คคคครับ" อึ๋ยส์
    ก.            "อ๋อ ครับๆ ชื่ออะไรครับ"
    สุทธิ์        "สุทธิ์ครับ"
    ก.            ทำเป็นไม่ได้ยินเว้ย เอียงหูมาใกล้ๆ "อะไรนะครับ ซุก?"
    สุทธิ์        "สุทธิ์ครับ" จะมาซุกอะไรตูวะ
    ก.            "ผมโอครับ"
     
    ซักพักมีเสียงเรียกคิว "หมายเลข290เชิญที่ช่องหมายเลข3ค่ะ"
     
    สุทธิ์        สวรรค์เรียกกูไปแล้ว ขอบคุณสวรรค์ คิดในใจนะ
    ก.            พูดขึ้นมาอย่างฉับพลัน "เสร็จแล้วรอผมด้วยนะครับ เดี๋ยวกลับพร้อมกัน"
    สุทธิ์        "มะมะมะไม่เป็นไรครับ"
     
    หลังจากเสร็จสิ้น เราก็รีบบึ่งจักรยาน เร็วประมาณรถในหนังเรื่อง the fast ได้มั้งนั่น เพื่อหนีเกย์นำเข้าจากบุรีรัมย์
    เราก็ไม่อยากรังเกียจเพศนี้หรอกนะ แต่เจออย่างงี้ นู๋กลัวง่า ยังถ่ายสบายดีอยู่ ไม่ต้องมายุ๊งง๊ะ
    ชอบผู้หญิง เข้าจายม้าย ชอบผู้หญิงโว้ย ย้าก ว้าก เสียสติ
     
    อย่าให้ต้องหักขาตัวเองหนีไปทะเลจีบพยาบาลแบบไข่ย้อยนะเว้ย +++
    กำลังอิน ชอบจัง เพื่อนสนิท เหมือนชีวิตตัวเอง
     
     
     
     
    May 20

    ออกมาแล้วเรียบร้อย จาก นสพ.ฉบับหนึ่ง

    และแล้วการขอฝึกงานกับ หนังสือพิมพ์ชื่อดัง ฉบับหนึ่งของเราก็จบลง เนื่องจากสาเหตุหลายประการ ตอนที่เข้าไปทำแรกๆก็ว่าจะอดทนได้อยู่แล้วล่ะ แต่มันมีเหตุผลที่ไม่ทำให้ไม่สามารถอยู่ต่อได้ จะเล่าให้ฟังต่อจากนี้นะ

    เริ่มแรกเค้าก็จะให้ซื้อ *กล้อง* และ *เลนส์* ราคาก็ประมาณหนึ่ง เราก็รีบหาซื้อมาทันที เพราะอยากได้งานทำมากๆ ลงทุนซักนิดหน่อย ไม่เป็นไร แต่พอทำไป2-3วัน ก็ดูเหมือนอุปกรณ์ที่มีอยู่จะไม่พอ มันอาจจะไม่เอื้อให้ทำงานได้สะดวกนัก
     
    ถ้าเราออกไปถ่ายฟุตบอลข้างนอก แล้วเกิดว่ากลับเข้ามาที่โรงพิมพ์ไม่ทัน ก็จะต้องซื้อ *โน้ตบุ๊ก* ถึงจะทำการส่งภาพจากข้างนอกเข้าบริษัทได้ นั่นเรื่องนึงละ
     
    ต่อไปที่จะต้องซื้อก็คือ *กริ๊ป* เพราะเค้าบอกว่า กล้องที่เราใช้อยู่ ชัตเตอร์มันDelay คือมันช้า เหมือนกับการที่คนเรากระพริบตาอ่ะครับ แต่มันกระพริบตาช้า จึงต้องติดตั้งตัวนี้เข้าไป
     
    และสิ่งที่3ที่จะต้องซื้อ คือ *แฟลช* เพราะเราจะต้องถ่ายงานพวกแถลงข่าวต่างๆเกี่ยวกับฟุตบอลด้วย แฟลชที่มาพร้อมกับกล้อง มีความสว่างไม่พอ จึงต้องหาแฟลชมาใส่เพิ่มอีกตัว

    และสุดท้ายที่สำคัญคือ การเดินทางไปถึงสนามเพื่อถ่ายภาพ เวลาเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าเดินทางไปไม่ทันอาจจะเสียงานเสียการกันได้ จึงจะต้องมี *รถยนต์* เป็นของตัวเองจะดีมาก และอีกอย่างหนึ่งก็คือเอาไว้ใช้เดินทางกลับบ้าน เพราะการทำงานที่นี่จะต้องอยู่โรงพิมพ์ถึงดึกดื่น รถประจำทางหรือรถตู้ต่างๆ ก็อาจจะเข้านอนกันหมดแล้ว จึงต้องมีรถยนต์ส่วนตัว ไม่งั้นนอนโรงพิมพ์
     
    กระพ้มจึงตัดสินใจแล้วว่า อยู่ไปสิบปีไม่รู้จะถอนทุนหมดรึเปล่า จึง ขอลาออกว่ะ
     
    อธิบายคำศัพท์   *......................*   ต่างๆดังนี้
    กล้อง = Camera    Canon eos 300D (มือสอง)         20,000 บาท
    เลนส์ = Lens         70-200 f2.8 Sigma (มือสอง)      23,000 บาท
    โน้ตบุ๊ก = Notebbok       อะไรก็ได้ ประมาณ              50,000 บาท
    กริ๊ป = Grip                                                          4,500 บาท
    แฟลช = Flash TTL คงหลายพันไม่ต่ำกว่า                   5,000 บาท
    รถยนต์ = Car ขอแค่แบบกระป๋องๆ เช่น ไดฮัทสุ มิร่า   50,000-60,000 บาท ไม่แน่ใจนะ
    และ น้ำมัน = Gas,Fuel ตอนนี้จะทะลุ30บาท/ลิตร ตายมั้ยล่ะ คนไทย
     
    บวกกันแล้วได้เท่าไหร่ล่ะ เงินเดือนไม่ถึง15,000นะ ขอบอกส์
    April 28

    ผู้ชายรูปแบบใหม่ อันตรายไม่ใช่เล่น

    ผู้ชายรูปแบบใหม่ที่เราพูดถึงนี้ จริงๆแล้วก็มีมานานมากแล้วในสังคมไทย แต่เพิ่งจะได้รับความนิยมเมื่อไม่นานมานี้นี่เอง ผู้ชายรูปแบบใหม่นี้ มีลักษณะร่างกายใหญ่ กึ่งๆอ้วน  ผิวสีไหนก็ได้ อารมณ์ดี โรแมนติก ดูสุภาพ ใจดี อ่อนโยน เรียกรวมๆแล้วอาจจะเรียกได้ว่า พ่อหมี (มีคนเรียกไว้ เลยขอมาใช้) กำลังเป็นที่ต้องการของสาวๆเป็นอย่างมากในขณะนี้ เพราะไม่ต้องหลีกเลี่ยงปัญหาการแย่งแฟน และสามารถปกป้องพวกเธอเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
      
    จริงหรือไม่ ที่ "พ่อหมี" ได้รับความนิยมในสังคมไทยปัจจุบัน
     
    คำตอบคือ "จริง" เพราะเรามีข้อมูลอ้างอิง เริ่มต้นจากเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของเราเอง รู้จักกันแค่เทอมเดียว และเป็นเทอมสุดท้ายของปี่4 เธอคุยสนุกมากครับ จนเราสนิทกัน เธอก็หยิบรูปแฟนของเธอออกมาให้ดู โอ้ว แม่เจ้า!! พ่อหมีจริงๆว่ะ เธอบอกอีกว่า รักมาก ถึงขั้นอยากแต่งงานด้วย เหอะๆ พ่อหมีคนที่หนึ่งผ่านไป
    พ่อหมีคนที่สอง ก็คือแฟนของ.... นามสกุล...... เรียนแถวๆปิ่นเกล้ามั้ง ไม่รู้สิ เธอก็มีแฟนเป็นพ่อหมีเหมือนกัน เธอบอกว่าชอบเพราะความโรแมนติกของพ่อหมี ตอนที่ดูภาพยนตร์ด้วยกัน เธอหนาว แล้วพ่อหมีก็ห่มเสื้อกันหนาวให้เธอ ความรักก็เข้าตา แต่จริงๆเค้าทั้งสองรู้จักกันนานแล้ว ในฐานะ"เพื่อน"
     
    สงสัยเราคงต้องเรียนปริญญาโท ต่อแล้วล่ะ แล้วจะทำวิจัยเรื่อง "หนุ่มไทยเสียดุลให้พ่อหมีได้อย่างไร" เพื่อหาวิธีที่จะให้สาวไทย หันมาสนใจหนุ่มๆอย่างเราบ้าง ไม่ยอมหรอกนะ!! พ่อหมี คอยดู ฮึ่ม!!!
    April 25

    ฟุตบอลรัก ฟุตบอลโลก

    สวัสดีครับ เห็นว่าใกล้จะถึงฟุตบอลโลกที่รอคอย
    วันนี้เลยจะลองตามกระแสฟุตบอลโลกดูบ้าง
    เราจะลองเปรียบเทียบอะไรต่างๆในสนามฟุตบอล กับ ความรักดูนะ

    1.ผู้จัดการทีม = บางทีมันก็อาจจะดูเหมือนเพื่อนที่ช่างยุอ่ะเนอะ เฮ้ยเลี้ยงดีๆ เดี๋ยวโดนแย่งนะมึง
     
    2.นักฟุตบอล = ผู้เล่นตัวจริง หรือ คนรักตัวจริงนั่นเอง
     
    3.ตัวสำรอง = ความหมายตรง ไม่ต้องแปล ในใจก็นั่งแช่งไปว่า ขอให้พวกมันเจ็บๆกันซักที จะได้ลงไปเล่นบ้าง
     
    4.กรรมการ = พ่อ,แม่ ที่คอยเป่านกหวีด ปรี้ด!! คอยหยุดเกม เฮ้ยฟาล์ว เล่นแรง เอาใบแดงไป!!
     
    5.ผู้กำกับเส้น = อิจฉาว่ะ เข้าไปวิ่งข้างในมั่งไม่ได้ อย่าล้ำหน้าละกัน เดี๋ยวฟันธง!!
     
    6.ลูกฟุตบอล = ก็เปรียบได้กับผู้หญิงบางคน โดนเตะประจำ น่าสงสาร

    ขำๆนะ คนเรา


    อย่าแทงบอลกันนะครับ ไม่ดี หมดตัว เราไม่เคยแทงบอลเลยนะ
    เรารู้ว่ามันไม่ดี เงินหายาก จริงจิ้ง
    April 08

    อะไรต่างๆในชีวิต

    เมื่อวานนี้เราเพิ่งไปเกณฑ์ทหารมา ไปตั้งแต่7โมงเช้า ไปเสร็จก็นู่น 4ทุ่มครึ่ง นั่งๆยืนๆทั้งวัน หลังนี่ปวดไปหมด ทหารทำงานกันช้ามาก น่าจะแบ่งงานให้มีระบบมากกว่านี้จะได้ไวๆ สงสารผู้ปกครองที่มานั่งรอกัน เช้ายันค่ำ
    โคตรทรมาน

    แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ได้ใบมาละ สบายใจไปหนึ่งเปาะ ตอนนี้ที่เป็นห่วงก็คือเรื่องสมัครงาน ไม่เห็นมีใครเรียกไปสัมภาษณ์เลยซักที่ สงสัยจะต้องเกาะพ่อแม่กินไปอีกระยะหนึ่ง

    เออ!! ข่าวพี่โจ้อ่ะ สุดยอดเสียใจเลยเนอะ คนดีๆ ขำๆ ฉลาดๆ ต้องมาตายจาก แต่ทำไม๊ คนที่ชอบสร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองไม่รู้จักตายกันวะ
    คุณสน-ลอง

    สวรรค์ก็เงี้ย เอาแต่คนดีๆไปทำงานบนนั้น เพราะฉะนั้นพวกเราจงจำไว้ อย่าเป็นคนดีมาก ชั่วนิดๆ อย่าให้คนเดือดร้อนมาก เราจะได้อยู่นานๆ ใครที่ทำงานหนัก เรียนหนัก ก็พักผ่อนบ้างนะครับ พี่โจ้เค้าทำงานหนัก ไม่ได้พักเลยเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เค้าจากไป

    "ขอไว้อาลัยแด่ดีเจ โจ้ มา ณ ที่นี้ด้วยครับ พักผ่อนนะพี่โจ้"

    March 22

    แฉ

    ช่วงนี้ไปสมัครงานมาหลายที่เลย เริ่มจาก บริษัท ....... Advertising ต้องขอสงวนนาม เพราะพฤติกรรมของบริษัท ไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากเพื่อนที่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์คนแรก โดนจับให้ไปเป็นเซลล์ซะงั้น เรียนนิเทศน์ไม่ได้อยากเป็นเซลล์นะเว้ยเฮ้ย!! หลังจากที่เพื่อนเราปฏิเสธจะไม่ร่วมงานกับเขา ยังมีประโยคทิ้งท้ายว่า "ก็ขอให้น้องได้งานดีละกันนะ บริษัทพี่ก็โตได้ถ้าไม่มีน้อง" ดู๊มันทำ หลังจากนั้นหลายวันก็ไปที่แกรมมี่ น่าร่วมงานที่แกรมมี่มากๆเลย สาวสวยเยอะมาก อิอิ
    March 09

    ตอนต่อ

    ต่อจากตอนที่แล้ว (แหม ยังกับละคร) ที่เค้าบอกว่าหลังจากจบใหม่ๆ ช่วงแรกจะงงๆกับชีวิต จริงๆแล้วตอนนี้ก็ยังไม่งงเท่าไหร่ ความรู้สึกยังเหมือนกับตอนปิดเทอมอยู่ แต่ถ้าเป็นอย่างนี้ไปนานๆอาจจะเบลอ และงงกับชีวิตได้จริงๆ ต้องรีบไปหางาน แล้วคนที่ยังไม่จบอ่ะ ปิดเทอมทำอะไรกันมั่งอ่ะ
    เบื่อจัง ชวนกันมั่งดิ
    February 28

    4ปีนี้เร็วเหลือเชื่อ

    วันนี้คือวันสุดท้ายที่เราสอบปลายภาค มันคือวันสุดท้ายที่เราจะใช้ชีวิตนักศึกษาปริญญาตรี ต่อจากนี้ไม่มีอีกแล้วครับ นอกจากจะไปเรียนใหม่

    เมื่อประมาณกลางเดือน ที่มหาลัยเค้ามีงาน Bye'nior พิมพ์ถูกรึเปล่าไม่รู้ มันคืองานลานักศึกษาปี4นั่นแหละ ช่วงบ่ายมีการบายศรี แต่เราไม่ได้เข้า เพื่อนก็มาเล่าให้ฟังว่า อาจารย์มีคำพูดดีๆ จนมันน้ำตาซึม อาจารย์บอกว่า "จากนี้ไปพวกคุณจะไม่ต้องตื่นเช้าไปเรียนอีกแล้ว หลังจากที่ทำมาตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องสอบอีกแล้ว ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบ ต่อไปนี้พวกคุณต้องไปทำงาน คุณจะไม่เจอเพื่อน และบรรยากาศแบบนี้อีกแล้ว ขอให้โชคดี" อยากร้องไห้ว่ะครับ ชีวิตเราคงต้องเดินไปทีละก้าวล่ะครับ ค่อยๆเดิน เนอะ
    February 14

    14 กุมภา คือวันอะไร

    คำถาม ถามว่า?? 14กุมภา เป็นวันอะไร สำหรับเราแล้ว คำตอบก็คือ วันอังคาร แต่อีกหลายล้านคนเรียกว่า "วันแห่งความรัก" เราคิดแบบต่างจากชาวบ้านที่ว่า คนให้ความสำคัญกับไอ้วันนี้มากไป 364วัน ไม่รู้ว่าทำดีทำชั่ว โกหก หลอกลวงต่อกันมามากน้อยแค่ไหน แต่พอถึงวันที่14กุมภา ก็จะมีของขวัญของรางวัลมากมาย มาส่งให้กับคนที่เราเรียกว่า "คนรัก" อย่างหวานชื่น บ้างก็ไปจดทะเบียนสมรส บางคู่รอตั้งแต่ตี3 เพื่อที่จะรอรางวัลทะเบียนสมรสทองคำ วันอื่นล่ะ ทำดีต่อกันสิ จริงๆแล้ว เราน่าจะให้ความสำคัญต่อการประพฤติตัวที่ดีต่อกันนะ พวกคุณอาจจะว่าเรามองโลกในแง่ร้าย แต่หากมองในแง่ร้ายบ้าง มันก็จะเห็นความจริง ว่าแต่ว่า ยังไม่มีแฟนเลยง่ะ หายังไง สอนหน่อยดิ งือๆๆๆ
    February 07

    จะจบแล้ว หรือจะจบชีวิตดี

    อีกไม่ถึงเดือน ชีวิตในรั้วมหาลัยจะจบลงแล้ว (ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดนะ) สี่ปีมันผ่านไปเร็วเหลือเกิน จะบอกว่าเรียนอย่างเดียวมาตลอดสี่ปี มันก็จะไม่ถูกนัก ถึงจะไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมในมหาลัยก็เหอะ
     
    แต่ดูเหมือนชีวิตมันจะไม่มีอะไรเลย ที่พูดเนี่ย หมายถึง สาวๆน่ะ ฮิฮิ ก็ไม่จีบใครนี่หว่า ก็เพิ่งมีคนแรกที่พอจะกล้าเนี่ย แต่ก็จะต้องไปแล้ว คงไม่เจอกันอีก ไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิตดี จะอดทนคบกันไป หรือจะบ้ายบายเค้าดี
     
    เพราะเค้าบอกให้ใจเย็นๆ เป็นพี่น้องกันไปก่อน คุยกันไปเรื่อยๆ อย่าเพิ่งคิดไปไกล เฮ้อ!! เราก็ไม่รู้ต้องทำตัวยังไง เหมือนจะจีบใครไม่เป็น
     
    ถ้ามีพรวิเศษข้อนึง อยากจะให้อะไรก็ได้ไปดลใจเค้า บอกเค้าว่า เราน่ะจริงใจ๊จริงใจ อยากให้เค้าไว้ใจ ให้โอกาสเรา ลองคบกัน แต่เอาวะ!! จะอดทน พี่น้องก็เอาวะ เผื่อสักวันมันจะเป็นความรัก
    ที่รอคอย.......มาแสนนาน

    ปล. กรี๊ดดดด หางานทำก็ลำบาก ใครมีงานให้ทำบอกนะ เป็นพริตตี้ก็เอา เรามีเครานิดๆ พิจารณาด้วยนะครับ ^^
    January 23

    คลาสสิคกว่า

    แอบมองเค้าไปเรื่อยๆ ดูคลาสสิคกว่า เจอหน้าปุ๊บขอเบอร์
    แอบชอบเพื่อนตัวเอง ดูคลาสสิคกว่า รู้จักกันวันเดียวขอเป็นแฟน
    บอกว่าคิดถึงบ่อยๆ ดูคลาสสิคกว่า บอกรักทุกวัน แต่ใจไม่จริง
    เจียมเนื้อเจียมตัว ดูคลาสสิคกว่า อวดว่าข้ารวยนะว้อย
    ขึ้นรถเมลล์ไปเรียน ดูคลาสสิคกว่า เดินไป เหอะๆ

    มีอะไรคลาสสิคกว่านี้อีกป่ะ บอกมั่งนะ
    January 19

    bon bon bon

    ไม่มีอะไรจะบ่นนอกจากเรื่องงาน สัปดาห์นี้มีงานทั้งสัปดาห์ เหนื่อยมั้ยล่ะ พ้นสัปดาห์นี้ไป ก็ใช่ว่าจะสบาย มีงานวิชาอื่นอีกแหละ แล้วอีกเดี๋ยวก็สอบแล้ว ตาย!!!
    January 14

    กาพย์ โคลง กลอน เอาเมื่อตอน สามสิบ

    เปิดหนังสือทำนาย             ชะตา
    ว่าเนื้อคู่จะมา                สามสิบ
    ถามว่าฉันเชื่อไหม              บอกได้  ไม่เชื่อ
    ฉันจะค้นหาใหม่                 จนกว่า  จะเจอ
     
    แต่จะฝืนลิขิต                    ยากนา
    หามากก็เป็นบ้า                  เอาได้
    แต่ไม่อยากเหมือนเพลง     สามสิบ  ยังแจ๋ว
    หรือว่าจะเป็นแต๋ว               รู้แล้ว  รู้รอด
     
    ครั้นจะมองหาคน                ใกล้ตัว
    พวกเธอก็มี....                   กันหมด
    จะมีเหลือบ้างไหม              ใครที่  ว่างอยู่
    คนที่ฉันคบได้                    ไม่โดน  ตีหัว
     
    ชีวิตของฉันกลัว                  เป็นโสด
    ใจมันจะเหี่ยวหมด               กำลัง
    ฤ คิดใหม่ทำใหม่                 ตามท่าน ทักษิณ
    อยู่เฉยเฉยก็ได้                   ไม่หา  ใครเอย  
     
    แต่งเองนะเนี่ย เป็นไงมั่ง ใช้ได้หรือไม่ได้ฝากเม้นท์กันด้วยนะครับ ขอบคุณๆ กำเสี่ยๆ แต้งกิ้วๆ
    January 10

    No More Story!!

    ไม่มีอีกแล้ว เรื่องราวอะไร ที่จะมาบอก ที่จะมาเล่า อะไรๆรอบตัวก็เปลี่ยนไปหมด เฮ้อ!! หายกันไปหมด
    September 08

    แอบชอบหมวย ข้างล่างยังมีอีก2เรื่องกลับมาให้อ่านกันใหม่ครับ

    การกลับมาครั้งใหม่ ของชายหนุ่มผู้เดินตามหาความรัก (เวอร์ฉิบ) หลังจากผ่านพ้นชีวิตช่วงมัธยม ก็ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย โลกใหม่ๆ สิ่งใหม่ๆ รอเราอยู่อีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือสาวหมวยชื่อย่อ อ. เมื่อตอนปี1ก็จะมีการเรียนวิชาพื้นฐานต่างๆ ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปตามสาขาที่ได้เลือกไว้ วันหนึ่ง ระหว่างที่นั่งเรียนอยู่นั้น สายตาของเราก็กวาดไปกระแทกกับความขาวของสาวหมวยคนหนึ่ง ใช่แล้ว!! นั่นคือ อ. เธอหมวยมากหรือเรียกว่าหมวยจัดเลยทีเดียว เราเห็นปุ๊บก็ชอบปั๊บ แต่ก็ตามเคย ไม่ไปขอเบอร์เค้าหรอก ไม่กล้า จนกระทั่งระยะเวลาผ่านไป รุ่นพี่ก็มาแจ้งว่า จะมีการแข่งเชียร์ หลังจากการแข่งเชียร์ ก็จะมีพิธีปลดไทด์ โดยพิธีดังกล่าวก็คือการที่ฝ่ายชาย หากชอบผู้หญิงคนไหน ก็ให้ถอดไทด์แล้วไปให้ผู้หญิงคนนั้น สำหรับฝ่ายหญิงก็ให้ดึงกระดุมเม็ดบนแล้วไปให้ผู้ชายที่ชอบ ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ย ว่าเราจะให้ใคร แต่เน็คไทด์เจ้ากรรมดันมาหายก่อนพิธีไม่กี่วัน แต่ด้วยความที่อยากจะให้เค้าเต็มที่ เราก็เลยต้องลงทุนเล็กๆน้อยๆด้วยการซื้อไทด์ใหม่ หลังจากแข่งเชียร์เสร็จสรรพ ก็มาถึงพิธีที่รอคอย แต่เรายังก็ไม่กล้าจะเอาไทด์ไปให้เค้า เพื่อนมันเลยจัดการ ไปเรียกเค้ามาให้ เราก็ยื่นไทด์ให้ด้วยมืออันสั่นเทา แล้วเธอก็ได้มอบอมยิ้มเป็นการตอบแทนมาสองอัน อันแรกเราก็จัดการกินซะเรียบร้อย และอีกอันหนึ่งก็เก็บไว้ในกระเป๋า พอเก็บไปนานๆ ไอ้มดบ้ามันก็มาขึ้นกระเป๋าซะ เราก็เลยเอาไปล้างน้ำแล้วก็กินให้มันหมดๆไป แหม!ว่าจะเก็บเป็นที่ระลึกซะหน่อย หลังจากผ่านวันพิธีได้หนึ่งวัน เราก็มีวิชาที่ต้องเรียนด้วยกัน ในช่วงที่อาจารย์ให้พัก เพื่อนก็ถามว่า "แล้วมึงมีเบอร์เค้ารึยังล่ะ" เราก็บอกว่ายังไม่มี เพื่อนมันก็ขอมือถือของเรา แล้วมันก็ยิงไปที่เบอร์เค้า ปากเราก็บอกว่าอย่าๆ แต่ในใจคิด ก็ดีวะ แล้วเค้าก็โทรกลับมาทันที แล้วถามเราว่า นี่เบอร์เราใช่มั้ย เราก็บอกว่าใช่ หลังจากนั้นเราก็ได้แลกเบอร์กันเรียบร้อย คราวนี้เราก็ไม่ได้โทรไปทุกวัน เหมือนกับที่เคยเป็นในตอนมัธยม เนื่องด้วยความกลัวอะไรบางอย่าง นานๆจะโทรไปที นี่ก็คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เค้าไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของเราได้ชัดเจนนัก ว่าจะมาจีบ หรือจะเป็นเพื่อน แต่เราก็ให้ของขวัญวันเกิดเค้านะ แล้วเวลาก็ผ่านไปสองปี ทางภาควิชาของเค้าก็มีการไปเข้าค่าย ซึ่งเราก็มีเพื่อนอยู่ภาควิชานั้น เพื่อนเราก็แอบมาเล่าให้ฟังว่า อ. เค้าไปแอบชอบรุ่นพี่ในภาค แล้วเค้าก็เป็นแฟนกัน ไอ้เราได้ฟังแล้วก็เหมือนตัวมันจะหงายๆ ฟังทีแรกก็ยังไม่อยากเชื่อ ก็เลยโทรไปคุยดู พอดีที่ ม. ตึกใหม่กำลังจะสร้างเสร็จ คุยเรื่องอื่นไปสักพักเราก็ถามว่า "แล้วแฟน อ. เค้าจะได้มาเรียนตึกใหม่รึเปล่าอ่ะ" เค้าบอกว่า "ต้องได้สิ ปี3ก็ได้ใช้ตึกนี้" นั่นหมายถึง มันเป็นเรื่องจริง!!! เราก็เลยบอกไปว่า "แค่นี้นะ" เค้าบอก "โทรมาคุยแค่แป้บเดียวเองเหรอ" เราก็ตอบไปว่า "ไม่มีอะไรจะคุยแล้วอ่ะ แค่นี้นะ หวัดดี" นั่นเป็นประโยคสุดท้ายที่เราได้พูดกับ อ. หลังจากนั้นมา เราก็หายไปจากชีวิตเค้า เหมือนกับว่า เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ตอนนี้นะ เราเดินสวนกับเค้า เราก็มองพื้น ไม่กล้าทัก ไม่กล้าสบตา นิทานเรื่องนี้ก็สอนให้เรารู้ว่า การที่จะชอบใครหรือรักใคร ไม่ควรเผื่อใจไว้เจ็บ เพราะนอกจากการเผื่อใจจะทำให้เรารักใครได้ไม่เต็มที่แล้ว เจ็บซะบ้างก็ไม่ถึงตาย ว่ามั้ยล่ะ หรือไม่ว่า ส่วนเรื่องต่อไปจะเป็นอะไรนั้น ติดตามเป็นระยะๆนะครับ ไปละ เมื่อยมือ
    September 07

    รักครั้งแรก(ต่อ)

    กลับมาแล้วครับ หลังจากหายไปนาน เน็ตมันต่อติดย้ากยาก ต่อจากตอนที่แล้วเลยนะ หลังจากกลับจากวัดมา เราก็รู้สึกเป็นผู้ใหญ่ขึ้นทันที ไม่รู้เป็นเพราะอะไร รู้สึกเหมือนเราโตขึ้น แก่ขึ้น ในช่วงแรกๆเราก็ไม่กล้าโทรหาเค้าหรอก อาย แต่มีอยู่วันนึง ก็มีคนโทรมาที่บ้าน เป็นเสียงผู้หญิง ก็คุยกันตั้งนาน เรานึกว่าเป็นเค้าแหละ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เป็นเพื่อนเค้าโทรมาอำ แต่ก็ไม่เป็นไร ก็เพื่อนเค้านี่ เดี๋ยวก็คงจะไปเล่าอะไรต่ออะไรที่เราคุยให้เค้าฟังเองแหละ หลังจากนั้นมา เราก็ลองโทรไปคุยดู พอได้คุยกับเค้ามันก็มีความสุขอ่ะนะ เค้าคุยดีมากเลย คุยด้วยแล้วมีความสุข จนเราโทรไปทุกวัน เหมือนเป็นการเสพย์ติด วันไหนไม่โทรแล้วกระวนกระวาย ตอนว่างๆก็มานั่งคิดว่า วันนี้โทรไป ตูจะคุยเรื่องอะไรดีว้า เขียนออกมาเป็นข้อๆ เหมือนทำการบ้านชีวิต บางทีก็ด้นสด คิดไม่ออก อยากถามอะไรก็ถาม พ่อแม่ก็ทั้งบ่นทั้งว่า แต่ก็ไม่สน ทำอย่างงี้ไปทุกวัน ทุกวัน ไม่รู้หรอกว่าเค้าจะรำคาญรึเปล่าที่โทรไปทุกวันอย่างนี้ จนกระทั่งเวลาผ่านไป ปีสองปีกว่าๆ อะไรๆมันก็เริ่มจะส่อว่าเค้าเบื่อๆเรา มีอยู่วันหนึ่ง ช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวพอดี ตอนเช้าเราก็เคารพธงชาติ เราก็แอบไปมองเค้า เห็นเค้าใส่เสื้อกันหนาวสีขาว เราก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอขึ้นห้อง เราเห็นเพื่อนคนนึง มันใส่เสื้อกันหนาวตัวนั้น!! เท่านั้นแหละ วันทั้งวันเราก็ไม่มีหัวไปคิดเรื่องอะไรอีกเลย จนตอนมืดๆ เราก็โทรไปถามว่า ทำไมเอาเสื้อไอ้นั่นมาใส่ล่ะ เค้าบอกตอนเช้านั่งรถมาเรียนแล้วเจอกัน ไอ้นั่นมันเลยให้ยืมเสื้อใส่ เราก็บอกว่า ทีหลังยืมเสื้อเราก็ได้ เค้าก็หัวเราะหึหึ เราก็ไม่ได้กังวลหรอก ว่าไอ้เพื่อนคนนั้นมันจะมาเป็นคู่แข่งหัวใจ เพราะหน้ามันเหมือนโรนัลดิญโญ่(นักฟุตบอลชาวบราซิลที่มีฟันเหมือนจอบเอาไว้ขุดดินเวลาล้ม) แต่คนที่เราต้องกังวลก็คือ เพื่อนห้องเดียวกันกับเค้านี่แหละ เวลากลับบ้าน มันก็ชอบเดินมาส่งเค้าที่ป้ายรถเมล์ เรานั่งอยู่มันก็ชอบหันมาบอกว่า ดูแลดีๆนะเว้ย ถ้าเป็นอะไรไปนะ ฮึ่ม!! เราก็คิดในใจ อ้าว มึ..อะไรอ่ะ มาเสือ.. อะไรวะ ไอ้คนเนี้ย มันชอบตามเค้าอ่ะ จะไปไหนมันก็ตาม มันทั้งกินเหล้า สูบบุหรี่ เวลามันเล่นกับเค้าทีนะ โอ้โห มือนี่นัวเนียไปหมด เราก็ได้แต่ยืนมอง เราไม่อาจจะไปบอกว่า อย่าทำอย่างนี้นะ!! เพราะความสัมพันธ์ ของเรากับพี่เค้ามันยังไม่ชัดเจน ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยไปเที่ยวกับเค้าเลย แตะเนื้อต้องตัวก็ไม่มี ได้แต่โทรคุย แล้วก็เจอกันที่โรงเรียนเท่านั้น มีอีกอย่างนึงที่ลืมบอกไป เค้าจะไม่เป็นฝ่ายโทรมา เค้าเคยบอกว่า การโทรไปหาผู้ชาย เหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงอย่างนึงอะไรประมาณนั้น เราก็ไม่สนใจอะไร ให้เราโทรไปเองฝ่ายเดียวก็ได้ หลังจากที่ความสัมพันธ์เริ่มระหองระแหง มีอยู่วันหนึ่ง เราตัดสินใจโทรไปถามว่า มันเกิดอะไรขึ้น เราก็ได้คำตอบมาว่า เค้าอยากเลิกคบกับเรา เราสองคนห่างกันเกินไป ทันใดนั้น น้ำตาเราก็ไหล ได้แต่ถามว่าทำไมๆๆ แต่ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจเค้าได้หรอก หลังจากวางสายไป เราก็ไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา ให้จิตใจมันสดชื่นขึ้นบ้าง ระหว่างอาบก็คิดไปว่า "อยากเลิกนักใช่มั้ย ต่อไปนี้ ตูจะหายไปจากชีวิตมึง จะไม่โทรไปอีกแล้ว คอยดู ฮือๆๆ" หลังจากอาบเสร็จ เช็ดตัวแห้ง ก็หยิบโทรศัพท์แล้วโทรไปทันที ถามเค้าอีกว่า ทำไมๆๆ เหมือนคนเสียสติ ลืมคิดไปว่าจะไม่โทรไปอีก แต่ก็เหมือนเดิม ตลอดระยะเวลาช่วงปิดเทอมนั้นทำให้เราได้คิดว่า เราเองก็ยังเด็กเกินไป อีกอย่างเค้าก็ขึ้น ม.6 แล้ว พอเค้าจบไป เราก็จะไม่ได้เจอเค้าทุกวันแบบนี้อีก อะไรๆก็คงไม่เหมือนเดิม ก็คงจะห่างกันแบบที่เค้าว่าจริงๆ เวลาในช่วงปิดเทอมก็ผ่านไปอย่างช้าๆและทรมาน จนกระทั่งวันเปิดก็มาถึง สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อห้องเรียนของเราทั้งสองคน มันอยู่ติดกัน!!! เวรกรรม คำพูดที่เค้าพูดว่า "เราห่างกันเกินไป" ก็วนเวียนเค้ามาในหัวทันที จะทำไงดีหว่า ห้องติดกัน แต่ไม่ได้ยุ่งกันแล้ว แต่ก็ไม่เป้นไร เราก็เดินไปแอบมองเค้าเฉยๆ ให้มันเหมือนวันแรกๆที่เราทำ แม้มันจะไม่มีผลใดๆต่อหัวใจเค้าก็ตาม(แหวะ) เวลาก็ผ่านไปจนเค้าเรียนจบ เราขึ้น ม.6 ในหัวเลิกคิดถึงเรื่องเก่าๆ ที่ผ่านมา มันก็เป็นแค่ความหลงแบบเด็กๆ มันไม่ใช่ความรัก เราไม่ได้สร้างอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ความคิดเราโตขึ้นอีกนิด เดี๋ยวเรียนมหา'ลัย เราก็จะไปเจอโลกกว้างแล้ว สาวๆอีกนับร้อยนับพัน ฮ่าๆๆ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนแรกไม่ใช่ คนต่อไปก็หาเอา ..โปรดติดตามภาคใหม่ ชีวิตในมหาลัย ในตอนที่ชื่อว่า แอบชอบหมวย เร็วๆนี้ครับ..
    September 04

    รักครั้งแรก

    รักครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อตอนเราเรียน ม.3 เรื่องมีอยู่ว่า วันเปิดเทอม ก็มีรุ่นพี่เข้าม.4ใหม่เยอะมาก เราก็เห็นว่ามีรุ่นพี่คนนึง แจ่มกระแทกตามากเลย หน้าตาเธอคล้ายลูกครึ่ง ถูกใจเรามาก จากวันนั้นมาเราก็แอบมองรุ่นพี่คนนี้ทุกวัน จนวันหนึ่ง ทางโรงเรียนก็ประกาศว่า จะมีการไปเข้าค่ายจริยธรรมอะไรนี่แหละ เพื่อนๆหลายคนบอกว่าไม่อยากไปกัน แต่สำหรับเรา เราไม่พลาดอยู่แล้ว ทั้งๆที่รู้ว่าต้องมีการนั่งสมาธิที่แสนเมื่อยอยู่ด้วย พอเดินทางมาถึงวัด เค้าก็มีการจัดกลุ่มกันแยกชายหญิง และต่างฝ่ายก็แยกย้ายกันไปเก็บสัมภาระ จนมาถึงตอนเย็น ก็มีการตั้งแถวให้ไปนั่งในอุโบสถ บังเอิญเหลือเกินที่เค้านั่งเยื้องข้างหลังเราไปแค่นิดเดียวเอง ตลอดเวลาที่เค้าทำกิจกรรมกันอยู่นั้น เราก็เหมือนเดิมแหละ แอบหันไปมองเค้าอยู่ตลอด ผ่านคืนนั้นไป พอเวลาประมาณตีห้าของวันรุ่งขึ้น ก็มีการเดินจงกลม แต่เค้าให้ออกไปเดินข้างนอกวัดนะ มันติดชายทะเล สวยมากเลย พอเดินเสร็จอาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนได้พักผ่อนประมาณครึ่งชั่วโมง เราก็ไปเดินเล่นของเรากับเพื่อนสองสามคน อยู่ๆก็มีรุ่นพี่ผู้หญิงคนนึงเดินเข้ามาถือปากกากับกระดาษ แล้วเค้าก็บอกกับเราว่า "อ๋อเอออ่อย"(ขอเบอร์หน่อย) เราก็ตกใจแล้วบอกปฎิเสธไปทันที ก็พี่ผู้หญิงคนนั้นเค้าพูดไม่ชัดอ่ะ(ขอโทษนะครับพี่ที่เอ่ยถึง มันจำเป็นจริงๆ) อีกสักพักเค้าก็เดินมาอีก มาขอเบอร์เราอีก เค้าบอกเราว่า "อุ๊ไอ้อาอ๋อ" (อุ๊ให้มาขอ) เราก็ถามว่า "คนไหนอ่ะพี่" และแล้ว เค้าก็ชี้ไปที่รุ่นพี่สาวสวยหน้าลูกครึ่งคนนั้น ใจเราสั่นทันที คิดในใจว่า ฝันไปรึเปล่าวะเนี่ย พอเห็นว่าเป็นเค้าเท่านั้นแหละ ก็รีบให้เบอร์ไปทันที(แหม เป็นใครก็คงให้อ่ะเนอะ คนที่เราชอบนี่นา) หลังจากช่วงเวลาแห่งความสุขนั้น ตลอดระยะเวลาที่เราอยู่ที่ค่าย มันก็รู้สึกเบื่อบ้าง แต่พอหันไปที่รุ่นพี่คนนั้น มันก็หายเบื่อ ในค่ายนั้น เราไม่ได้คุยกันสักคำ วันนี้ขอจบแค่นี้ก่อน เดี๋ยววันหลังมาเล่าให้อ่านใหม่